เลือกลิปอย่างไรให้เหมาะกับคุณ

ลิปสติกเป็นสิ่งที่สำคัญมากสำหรับผู้หญิง เพราะไม่ว่าจะไปไหนผู้หญิงส่วนใหญ่ก็จะต้องพกลิปสติกไปด้วยทั้งนั้น เพราะการที่ทำให้ริมฝีปากของเรานั้นดูดีตลอดเวลาทำให้สามารถดึงดูดเพศตรงข้าวได้อย่างดีนั่นเอง นอกจากนี้ก็เป็นเรื่องขอกสุขภาพริมผีปากขอเราเองด้วย เพราะถ้าหากไม่ทาลิปสติกนั้นปากเราก็อาจจะแห้งลอก

และอาจจะเกิดเป็นแผลได้นั่นเอง ดังนั้นแล้วไม่ว่าจะเป็นลิปสติกแบบสีหรือแบบไม่มีสีล้วนก็เป็นสิ่งที่ผู้หญิงทุกคนนั้นต้องมีและพกติดตัวไปในทุกๆที่นั่นเอง

สิ่งสำคัญนอกจากการทำให้ริมฝีปากชุ่มชื่นก็คือการเลือกสีลิปสติกให้เหมาะกับโอกาสและเหมาะสมกับตัวเราด้วยนั่นเอง เพราะคนเรานั้นไม่ได้จะสามารถทาลิปสติกได้ทุกสีในทุกโอกาสนั่นเองก็เลยเป็นสิ่งที่แปลกว่าทำไมผู้หญิงนั้นจึงมีลิปสติกหลายอันนั่นเอง ซึ่งการเลือกลิปสติกหรือสีลิปสติกให้เหมาะกับริมฝีปากเรานั้น เราจะต้องดูก่อนว่าเรานั้นเป็นคนปากแห้งง่ายไหม

เพราะถ้าเป็นคนปากแห้งง่ายก็อาจจะไม่เหมาะกับลิปสติกที่เป็นเนื้อแมทซ์หรือลิปสติกที่มีเนื้อแห้งนั่นเอง เพราะถ้ายิ่งทาลิปสติกประเภทนี้ไปนั้นก็จะยิ่งทำให้ปากแห้งและลอกหรือเกิดการตกร่องทำให้ริมฝีปากนั้นดูไม่สวยและไม่ดึงดูเพศตรงข้ามได้นั่นเองและที่สำคัญการที่ที่เรานั้นเลือกสีลิปสติกไม่เหมาะกับการแต่งหน้าหรือไม่เหมาะกับโอกาสก็เป็นสิ่งที่อาจจะไม่สร้างความประทับใจกับผู้ที่พบเห็นเราก็เป็นได้

การเลือกสีลิปสติกสิ่งแรกที่ต้องคำนึงคือการเลือกให้เหมาะกับโอกาสหรืองานที่จะไปซึ่งสีลิปสติกถึงแม้จะมีเพียงไม่กี่สีแต่ในเรื่องโทนนั้นสีหนึ่งคือมีหลากหลายโทนมาก ทำให้การเลือกจึงเป็นสิ่งที่ค่อนข้างละเอียดนั่นเอง เราต้องดูว่างานที่เราจะไปนั้นเป็นงานแบบไหนยกตัวอย่างเช่น งานแต่งงานนั้นควรจะเป็นลิปสติกสีชมพูหรือสีส้ม

ซึ่งโทนชมพูนั้นก็มีหลากหลายโทนซึ่งแล้วแล้วแต่เราชอบแต่ไม่ควรเป็นโทนชมพูบานเย็นเพราะอาจจะดูไม่เหมาะสมถ้าหากสีปากเรานั้นดันเด่นกว่าเจ้าสาวนั่นเอง และสิ่งต่อมาคือการเลือกสีลิปสติกที่เข้ากับการแต่งหน้าของเรา เมื่อเรารู้แล้วว่าเราจะไปร่วมงานหรือไปทำอะไรที่ไหนนั้นเราก็สามารถเลือกสีลิปสติกที่เข้ากับการแต่งหน้าของเราได้หรือเราอาจจะแต่งหน้าให้เข้ากบสีลิปสติกที่เลือกนั่นเอง

เชื่อว่าผู้หญิงหลายๆคนนั้นมักจะไม่ได้มีลิปสติกเพียงแท่งเดียวอย่างแน่นอนและอยากให้ผู้ชายเข้าใจผู้หญิงด้วยว่าการทาลิปสติกนั้นเป็นสิ่งสำคัญสำหรับผู้หญิงทำให้ผู้หญิงนั้นจำเป็นจะต้องมีลิปสติกหลายๆแท่งนั่นเองและสิ่งสำคัญเพื่อดึงดูดคุณผู้ชายด้วยอย่างไรละ

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  ซื้อหวยฮานอยออนไลน์

ออกกำลังกายแล้วปวดเราจำเป็นต้องทำซ้ำไหม

สำหรับสาวคนไหนที่เริ่มที่จะออกกำลังกายนั้นเพื่อที่จะดูแลสุขภาพของตัวเองนั้นก็เป็นเรื่องที่ดีแต่ว่าการที่เรานั้นออกกำลังกายเพื่อที่จะทำให้ร่างกายของเรานั้นแข็งแรง  ในการที่เรานั้นออกำลังกายเสร็จแล้วนั้นเราจะรู้สึกว่าร่างกายของเรานั้นเริ่มที่จะมีอาการที่ปวดตามร่างกาย  อย่างเช่น  ขา  แขน  อย่างนี้เป็นนั่นเอง  

     อาการที่เรานั้นเป็นเพราะว่าการที่เราออกำลังกายด้วยแล้วแล้วเรานั้นรู้สึกว่าร่างกายของเรานั้นเกิดอาการปวดนั้นเป็นเรื่องที่เราคิดว่าเป็นผลที่ดีเพราะว่าอาจจะทำให้ร่างกายของเรานั้นเกิดอาการตอบสนองได้นั่นเอง  การที่เรานั้นรู้สึกว่าเรามีอาการปวดตามร่างกายนั้นเป็นเรื่องปกติ 

ดังนั้น เมื่อเราออกกำลังกายแล้วร่างกายของเรานั้นจะเกิดอาการที่เจ็บปวดตามร่างกายซึ่งเป็นอาการปวดเมื่อเรานั้นได้ยินมาว่าการที่เรานั้นออกกำลังกายแล้วรู้สึกว่าเรานั้นมีอาการปวดนั้นเรื่องปกติ  แต่ว่าเรานั้นอาการที่เรานั้นปวดจากการที่เรานั้นออกกำลังกายเราก็ควรที่จะทำซ้ำนั้นเป็นเรื่องที่จริงเพราะว่าเมื่อเรานั้นออกกำลังซ้ำจะทำให้อาการที่เรานั้นรู้สึกว่าเรามีอาการปวดนั้นหายนั่นเอง

แต่ว่าในการที่เรานั้นรู้สึกว่าเรานั้นได้รับบาดเจ็บจากการที่เราออกกำลังกายนั้นเราก็ไม่ควรที่จะออกกำลังกายเราควรที่จะหยุดเพื่อที่จะรักษาตัวก่อน  เพราะว่าการที่เรานั้นรักษาตัวให้หายนั้นจะช่วยให้เรานั้นได้กลับมาออกกำลังกายที่ดีขึ้น และเรานั้นจะได้ไม่เจ็บ

     ส่วนในเรื่องเกี่ยวกับอาการที่เรานั้นปวดนั้นเราก็ควรที่จะทำการกระตุ้นโดยการที่เรานั้นกลับไปออกกำลังกายอีกเพื่อที่จะได้ไม่กลับมาเป็นอาการปวดอีก  

     ในการที่เรานั้นพักให้หายก่อนแล้วค่อยฝึกนั้นเป็นเรื่องที่เรานั้นต้องรู้เพราะว่าร่างกายที่เรานั้นเสียหายนั้นได้เกิดอาการซ่อมแซมนั้นเป็นเรื่องที่เรานั้นต้องรู้อยู่แล้ว  เพราะว่าถ้าเรานั้นเกิดอาการที่เราได้รับบาดเจ็บ จากการที่เราออกกำลังกายนั้นเราก็ควรที่จะพอก่อนแล้วเรานั้นก็เริ่มที่จะกินอาหารที่เกี่ยวกับการบำรุงร่างกายของเรานั่นเองเพราะว่าการที่เรานั้นกินอาหารที่บำรุงนั้นสามารถที่จะให้กล้ามเนื้อของเรานั้นไม่เกิดอาการที่ได้รับบาดเจ็บมากนั่นเอง  

    ในเมื่อร่างกายของเรานั้นรู้สึกว่าดีขึ้นแล้วจากการที่เรานั้นได้รับบาดเจ็บนั้นเราก็ควรที่จะเลี่ยงในการที่ออกกำลังกายโดยการที่เรานั้นไปออกในท่าอื่นก่อนเพื่อที่จะได้ไม่มีอาการเจ็บซ้ำอีก

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  หวยจับยี่กีเล่นยังไง

มาทำความรู้จักเกี่ยวกับยาคุมฉุกเฉินกัน  

ในการที่เราจะกินยาคุมฉุกเฉินนั้นเป็นเรื่องที่เราต้องเคยได้ยินมาบ้างหรือว่าเราเคยเรียนมานั่นเองเพราะว่าการที่เรากินยาคุมฉุกเฉินนั้นเราสามารถที่จะกินตอนไหนอะไรบ้างนั่นเอง  เพราะว่าเราเชื่อว่าต้องมีหลายคนที่ไม่เข้าใจในเรื่องของการกินนั่นเอง  ซึ่งในวันนี้เราจะมาบอกเกี่ยวกับการที่เรากินยาคุมและเราก็มาทำความรู้จักเกี่ยวกับการกินยาคุมฉุกเฉินนั่นเอง  เพราะว่าต้องมีอีกหลายคนที่ยังไม่รู้นั่นเอง  

      วิธีในการที่เรากินยาคุมฉุกเฉิน  

เมื่อเราได้ไปซื้อยาคุมฉุกเฉินมานั้นเราก็ควรที่จะทำความเข้าใจว่ามีอยู่สองเม็ดนั่นเองและเรานั้นจะเลือกวิธีไหนในการที่เราจะกินเพราะว่าการที่เรากินยาคุมกำเนิดนั้นสามารถที่จะเลือกกินได้อยู่สองแบนั่นเอง  

  • การที่เรากินทีเดียวเลยสองเม็ดหลังจากที่เรามีเพศสัมพันธ์กันโดยที่เราไม่ได้มีการป้องกันนั่นเอง   
  • อย่างที่สองนั้นเราควรที่จะกินครั้งละเม็ดนั่นเอง  โดยกินทันทีหลังจากที่เรามีเพศสัมพันธ์กันและก็ต้องไม่เกิน  72ชั่วโมงนั่นเอง  และเม็ดที่สองนั้นเราก็ควรที่จะกินห่างจากเม็ดแรกนั้นเป็นเวลา 12 ชั่วโมง  แต่ว่าการที่เรากินยานั้นเราอาจจะลืมในการที่จะหลงจากเม็ดแรกนั่นเอง  และก็มีบางคนที่เข้าใจว่าการที่เรากินเพียงเม็ดเดียวนั้นคงไม่เป็นอะไรหรอก  แต่หารู้หรือไม่ว่าการที่เรากินเม็ดเดียวนั้นอาจจะส่งผลให้เราท้องได้นั่นเองเพราะว่าเรากินแล้วไม่ได้ประสิทธิภาพนั่นเอง   
  • ถ้าหากว่าการที่เรากินยาเข้าไปแล้วเกิดอาการอาเจียนออกนั้นให้เราซื้อมากินใหม่นั่นเองเพราะว่าเป็นช่วงที่ยากำลังออกลิตนั่นเอง  
  • ถ้าหากว่าการที่เรากินยาคุมฉุกเฉินแล้วหากว่าในช่วงนั้นเรามีเพศสัมพันธ์อีกเราไม่มีความจำเป็นที่จะต้องกินเพิ่มอีกก็ได้เพราะว่าไม่ได้ช่วยอะไรเลยนั่นเอง
  • ในการที่เรากินยาคุมฉุกเฉินนั้นไม่ควรที่จะกินติดต่อกันเป็นเวลามากกว่าสองแผงในเดือนเดียวกันนั่นเองเพราะว่าอาจจะทำให้ยาที่เรากินส่งผลในการระบบสืบพันธ์ของเรานั้นมีการเปลี่ยนแปลงนั่นเอง  
  • ในการที่เราจะใช้ยาคุมฉุกเฉินนั้นเราควรที่จะใช้เฉพาะเวลาที่เราไม่ได้คุมกำเนิดด้วยการใส่ถุงยางนั่นเองเพราะว่าการที่เราไม่ได้ใสถุงยางนั้นอาจจะทำให้เรามีความเสี่ยงในการที่จะทำผู้หญิงเกิดการตั้งท้องนั่นเอง  แต่ถ้าเรากินยาคุมฉุกเฉินตามที่เราบอกนั้นก็จะช่วยในเรื่องนี้นั่นเองเพราะว่าจะทำให้เราไม่ต้องตั้งท้องในเวลาที่เรายังไม่พร้อมนั่นเอง  

 

สนับสนุนโดย  หวยออนไลน์

การที่เรารู้สึกว่าเรามีอาการปัสสาวะบ่อยๆ 

ในการที่เราเข้าน้ำบ่อยนั้นบางที่เราก็รู้สึกได้ว่าอาการที่เราเป็นรู้สึกได้ว่าเป็นเรื่องที่เราต้องทนทรมานเพราะว่าการที่เราปวดตลอดเวลาเป็นอันไม่ต้องทำอะไรนั้นก็คงไม่ดีอย่างแน่นอน เพราะว่าในเวลาบางครั้งเราอาจจะต้องคุยงานแต่ว่าเรารู้สึกว่าเรามีอาการปัสสาวะนั้นก็จะรู้สึกอาการที่เราอยู่ไม่เฉยและไม่มีสมาธิในการทำงานหรือว่ารับฟัง

  ดังนั้นอาการที่เรารู้สึกว่าเราปัสสาวะบ่อยมทั้งข้อดีและข้อเสียดังนั้นเราต้องจำแนกออกมาให้ดีเพราะว่าอาจจะเกิดของของอาการที่เราปวดด้วยนั่นเอง ดังนั้นการที่เรารู้ตัวว่าเราปวดเราก็ควรที่จะรีบไปเข้าห้องน้ำดีกว่าการที่เราต้องปล่อยราดตรงนั้นเป็นเรื่องที่หน้าอายยิ่งกว่า  

       ส่วนใครที่เป็นคนที่กินบ่อยก็เป็นส่วนหนึ่งของการที่จะทำให้เราต้องเข้าน้ำบ่อยแต่ว่าก็ไม่ได้ปวดอะไรมากมายแต่ว่าเป็นเรื่องที่เราที่เราสามารถที่จะกลั้นปัสสาวะได้แต่ว่าสำหรับบางคนก็ไม่สามารถที่อั้นได้นั้นก็อาจจะเกิดจากหูรูดของท่อปัสสาวะนั้นเกิดอาการรูดนั่นเอง ดังนั้นเราก็ควรที่จะไปหาหมอเพื่อที่จะเข้าการรักษาหูรูดนั่นเอง แต่ว่าถ้าอาการที่เราสามารถอั้นได้นั้นเป็นเรื่องที่เราสามารถที่จะช่วยได้เป็นการที่เราขมิบบ่อยๆเพราะว่าการที่เราขมิบบ่อยจะช่วยให้หูรูดของเราดีขึ้น  แต่ว่าในขณะที่ที่เราขมิบนั้นเราต้องใช้เวลาในการขมิบไม่ใช่ว่าเป็นการขมิบแค่สองสามวันแล้วจะหายเพราะว่าเราต้องใช้เวลาอย่างน้อยเป็นเดือนๆที่เราจะเห็นผลนั่นเอง  

    ส่วนใครที่ชื่นชอบในเรื่องของการที่เรากินผลไม้เราก็สามารถที่จะทำให้เกิดอาการที่เราต้องเข้าห้องน้ำได้เหมือนกันดังนั้นเราต้องแยกด้วยว่าการที่เราเข้าห้องน้ำบ่อยเพราะว่าอะไร เป็นการที่เรากินน้ำเยอะๆหรือว่าเป็นการที่เรากินผลไม้ที่เป็นชนิดที่เป็นน้ำเยอะอย่างเช่น  แตงโม  ชมพู่ อะไรอย่างนี้ที่ทำให้เราต้องเข้าน้ำบ่อยๆนั่นเอง  

อาการที่เราปัสสาวะบ่อยนั้นไม่ได้เป็นอันตรายถึงชีวิตนะแต่ว่าเป็นเรื่องที่ทำให้หงุดหงิดหัวใจเพราะว่าเราต้องเข้าห้องน้ำบ่อยๆนั่นเอง แต่ถ้าว่าจะให้พูดถึงเรื่องการรักษานั้นก็มีอยู่คือการที่ต้องกินยา หรือว่าเป็นเรื่องที่หมอใช้วิธีในการฉีดยาบางอย่างหรือว่าจะเป็นเรื่องการของการที่เราต้องผ่าตัด หรือว่าเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับการใช้ไฟฟ้ากระตุ้น หรือว่าเข้าการรักษาเพื่อที่จะปรับสมดุลเส้นประสาท  ของกรรมวิธีของหมอนั่นเอง  

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  เว็บหวยถอนไม่มีขั้นต่ำ

ริดสีดวงทวาร เกิดขึ้นได้อย่างไร

อันที่จริงแล้ว โรคริดสีดวงทวารมีอยู่ในทุกคนอยู่แล้ว ซึ่งจะขึ้นที่ทวารหนัก ริดสีดวงนั้นเป็นดังเยื่อพิเศษที่ปฏิบัติภารกิจเป็นเบาะรอง ซึ่งเบาะรองอันนี้จะมีเส้นเลือดรวมทั้งกล้ามเนื้อเรียบช่วยยึดไว้ให้เบาะรองสามารถอยู่ในตำแหน่งเดิมของทวารหนักได้ หน้าที่ของเบาะรองดังกล่าว จริงๆ แล้วก็คือ เอาไว้ช่วยสำหรับในการขยายตัวของทวารหนักเวลาถ่ายอุจจาระ และก็ช่วยทำให้รูทวารหนักกลับมาปิดสนิท

สิ่งที่ทำให้เกิดโรคริดสีดวงทวาร

อาจเป็นเพราะเจ้าเบาะรองนั่ง (cushion) ดังกล่าวนั้น ดันเกิดมีมากเกินไป หรือมีการขับเคลื่อนไม่อยู่ในตำแหน่งเดิม เป็นอันส่งผลให้กลายเป็นโรค ในบางบุคคลนั้นอาจมีเจ้าเบาะรองตัวนี้มากเกินกว่าปกติมาตั้งแต่แรกเกิด ซึ่งจากรายงานที่ผ่านมาพบว่ากลุ่มนี้มักไม่ค่อยเจอปัญหาอะไรที่ส่งผลต่อสุขภาพ แตกต่างจากบุคคลที่มีเบาะรองนั่งนี้มากขึ้น จากพฤติการขับถ่ายที่ไม่เหมาะสม อาทิเช่น

มีสภาวะท้องผูกเรื้อรัง ทำให้ต้องเบ่งอย่างแรงเพื่อขับถ่าย

นั่งแช่เพื่อขับถ่ายนานเกินไป ไม่ว่าจะเป็น นั่งอ่านหนังสือ เล่นโทรศัพท์ระหว่างการขับถ่าย ทำให้ความดันในท้องถูกดันมาที่รูทวารรวมทั้งดันจนกระทั่ง เกิดริดสีดวง แม้คุณจะมิได้มีการเบ่งอย่างแรงก็ตาม 

ท้องเดิน ถ่ายบ่อยมาก ทำให้เกิดการเคลื่อนตัวของเบาะรองนั่งบ่อยๆ 

หญิงมีครรภ์ มีสิทธิ์เป็นริดสีดวง ซึ่งบางทีอาจกำเนิดก่อนตั้งท้องหรือขณะที่ตั้งท้องก็ได้ โดยเฉพาะในตอนที่ฮอร์โมนเปลี่ยน ทำให้นำไปสู่การยืดขยายตัวของกล้ามเนื้อทางเดินอาหาร เกิดการกดทับของลำไส้ เนื่องจากมดลูกขยายใหญ่ที่ขึ้นเรื่อยๆ จนถึงทำให้มีการเกิดท้องผูก หากมีอาการท้องผูกนานๆ ก็จะแปลงเป็นสาเหตุของโรคริดสีดวงได้

ลักษณะที่มักจะเกิดขึ้น เมื่อเป็นโรคริดสีดวงทวาร

  • ถ่ายเป็นเลือด 
  • มีเลือดออกเล็กน้อยหลังจากอุจจาระ 
  • มีก้อนติ่งเนื้อยื่นออกมาจากทวารหนักขณะอุจจาระ 
  • ทวารหนักมีความเปียกชื้น 
  • คันบริเวณปากทวารหนัก 
  • ปวด บวม รอบๆ ทวารหนัก หลังจากอุจจาระ  

การดูแลและรักษา

“การดูแลและรักษาต้องพิจารณาแยกจากโรคทวารหนักอื่นๆ โดยแยกตามตำแหน่งที่เกิดโรค เพราะว่าแต่ละตำแหน่งมีลักษณะทางกายวิภาคไม่เหมือนกัน แพทย์จะประเมินก่อน ว่าเป็นริดสีดวงที่ส่วนไหน ภายในหรือนอก ประเมินระดับความอันตรายของอาการ ต่อจากนั้นจึงจระบุกระบวนการรักษาซึ่งการรักษาก็จะมีตั้งแต่

  • การให้กินยา 
  • สอดยา 
  • ฉีดยา 
  • การใช้ยางรัด (ยิงยางรัดโคนหัวของริดสีดวง) ซึ่งจะช่วยทำให้หัวริดสีดวงฝ่อลง รวมทั้งสามารถหลุดออกไปเอง 
  • ผ่าตัดริดสีดวง 

ทั้งนี้การรักษาจะขึ้นอยู่กับอาการ ความรุนแรง ตำแหน่งที่เกิด โดยมีแพทย์เป็นผู้วินิจฉัยและตัดสินใจ 

โรคริดสีดวงทวาร แม้ว่าจะรักษาได้ ข่าวร้าย คือ มันสามารถที่จะกลับมาเป็นใหม่ได้เช่นกัน หากคุณกลับมามีพฤติกรรมการขับถ่ายที่แย่ดังเดิม

 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  หวยออนไลน์

วิธีการที่เราจะบรรเทาอาการไอให้หายให้เร็วที่สุด 

การที่เรานั้นเป็นหวัดหรือว่าเรานั้นมีอาการอย่างอื่นเช่นอาการของคนเป็นหอบหรือว่าติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ เป็นกรดไหลย้อน หรือว่าเป็นภูมิแพ้  สูบบุหรี่  วัณโรค  หลอดลมนั้นโป่งพอง อาการเหล่านี้จะมีอาการเป็นการที่เรียกว่าไอแบบแห้งๆไอแบบมีเสมหะ หรือว่าจะเป็นไอเรื้อรัง ไม่ว่าจะเป็นอาการไอแบบไหนก็ตามก็ทำให้เรานั้นเกิดอาการที่จะหงุดหงิดเพราะว่าการไอนั้นทำให้เรานั้นตัวเราเองก็ลำคาญ

และเมื่อเรานั้นต้องไปทำงานหรือว่าต้องไปคุยงานนั้นก็ทำให้เราเกิดอาการที่ไม่สุภาพคือการไอ เพราะว่าถ้าเรานั้นไปทำงานเพื่อนร่วมงานนั้นรับเชื้อจากการที่เรานั้นไอก็อาจจะทำให้เพื่อนร่วมงานนั้นติดไปด้วย หรือว่าการที่เราต้องไปคุยงานกับลูกคานั้นก็ต้องไอไปคุยไปก็ดูไม่ดีและทำให้ลูกค้านั้นรู้ว่าไม่ปลอดภัย

ซึ่งบางคนนั้นก็มีอาการไอแบบว่าเรื้อรัง  ไอแบบแห้ง ไอแบบมีเสมหะ บางครั้งไอจนใช้คำว่าหน้าดำหน้าแดงในการที่เรานั้นไอ วิธีที่เรานั้นนั้นจะแกอาการที่เรานั้นไอให้ลดน้อยลงนั้นมีอะไรบ้างไปอ่านดูเลยค่ะ 

  1. การดื่มน้ำให้มากขึ้น  เริ่มจาการที่เรานั้นกินน้ำให้เยอะๆในการที่เรานั้นกินน้ำเยอะนั้นก็จะช่วยให้ในเรื่องของการช่วยลดอาการเสมหะให้น้อยลงได้ ส่วนที่ใครที่ยังมีอาการไอแบบแห้งๆน้ำนั้นจะช่วยให้ความชุ่มชื้นในลำคอนั้นได้ 
  2. การดื่มน้ำอุ่น หาวว่าเรานั้นต้องเลือกระหว่างน้ำอุ่นกับน้ำเย็นนั้นให้กินน้ำอุ่นนั้นจะดีกว่าเพราะว่าการที่เรานั้นกินน้ำอุ่นจะช่วยในเรื่องของการละลายเสมหะในลำคอนั้นได้อย่างดีและเรานั้นสามารถที่จะกินน้ำอุ่นผสมกับน้ำมะนาวในระหว่างวันนั้นก็ได้อีกเหมือนกัน 
  3. อาบน้ำอุ่น ในการที่เรานั้นอาบน้ำอุ่นนั้นก็จะช่วยในเรื่งของการที่เรานั้นเป็นหวัดแล้วนั้นยังช่วยในเรื่องของคนที่เป็นภูมิแพ้นั้นอีกด้วย 
  4. อมยาแก้ไอ  อย่าคิดไปเองว่าเป็นเองได้ก็ต้องหายเองเพราะว่าการที่เรานั้นไอนั้นไอจนเพื่อนข้างๆนั้นลำคาญหรือว่าไอจนตัวเองนั้นงอ หรือไอจนเหยี่ยวตัวเองนั้นกะปิดออกมานั้นเราก็ควรที่จะไปหาซื้อยาแก้ไอหรือว่ายาอมนั้นมากินเพราะว่าในตัวยานั้นจะมีความชุ่มชื้นแก่ลำคอ 
  5. งดสบูบุหรี่ใครที่สูบบุหรี่นั้นเมื่อเวลาที่เรานั้นไอก็ควรที่จะงดถ้าไม่งดนั้นเราอาจจะไอจนกลายเป็นไอเรื้อรัง
  6. หลีกเลี่ยงฝุ่นและควันต่าง นอกจากที่เรานั้นต้องหลีกเลี่ยงการที่เรานั้นใช้สเปรย์แล้ว อากาศตัวอย่างอากาศแห้งๆจากเครื่องปรับอากาศ  ฝุ่น  ควันต่างแล้ว เรานั้นก็ควรที่จะใส่หน้ากากอนามัยเพื่อที่จะป้องกันฝุ่นเพื่อที่จะป้องกันฝุ่นนั้นเข้าสู่ร่างกายของตัวเอง 
  7. นอนหลับพักผ่อนให้มากๆ ส่วนใหญ่ที่เราเกิดอาการที่เรานั้นไอก็ทำให้เกิดจากการที่เราพักผ่อนไม่เพียงพอจึงทำให้ร่างกายนั้นอ่อนแอดังนั้นเราควรที่จะพักผ่อนให้เพียงพอ 

 

สนับสนุนโดย  แทงหวยออนไลน์

วิตามินซีต้านหวัด

วิตามินซีเป็นวิตามินที่ทุกคนนั้นรู้จักและคุ้นเคยกันอยู่แล้วและเชื่อว่าเป็นวิตามินที่คนทุกคนต้องเคยซื้อมาอย่างแน่นอน เพราะวิตามินซีนั้นถือเป็นสิ่งที่ค่อนข้างแพร่หาย และประโยชน์ของวิตามินซีนั้นคืออะไร โดยหลักๆแล้วนั้นวิตามินซีจะช่วยป้องกันการเลือดออกตามไรฟัน โดยวิตามินซีนั้นจะไปช่วยซ่อมแซมในส่วนของเส้นเลือกฝอยเล็กๆเส้นเลือกหัวใจและเส้นเลือดในร่างกายด้วยและมีฤทธิ์ช่วยเพิ่มการทำงานของเม็ดเลือดขาวในการฆ่าเชื้อโรคทำให้วิตามินซีนั้นเป็นวิตามินที่จำเป็นสำหรับร่างกายของเราอย่างมาก

ที่จะช่วยป้องกันโรคเพราะว่าในปัจจุบันทั้งอากาศหรือสิ่งต่างๆนั้นมีความสกปรกขึ้นและเต็มไปด้วยเชื้อโรคมากขึ้น และช่วยในการสร้างเม็ดสีได้ช้าลงทำให้ร่างกายหรือผิวพรรณเรานั้นขาวขึ้นหรือกระจ่างใสขึ้นและที่สำคัญวิตามินซียังช่วยในการสร้างคอลลาเจนและมีฤทธิ์นการต้านสารอนุมูลอิสระช่วยในการชะลอวัยนั่นเอง

วิตามินซีโดยปกติแล้วร่างกายนั้นไม่สามารถสร้างเองได้ จึงเป็นสาเหตุว่าทำไมต้องมีการกำหนดปริมาณวิตามินซีที่จำเป็นต่อวันขึ้นมาและความต้องการในปริมาณของวิตามินซีนั้นก็จะแตกต่างไปตามเพศและวัย ในเมื่อวิตามินซีนั้นไม่สามารถสร้างเองได้ จึงต้องมาดูว่าวิตามินซีมาจากแหล่งไหนดีกว่ากัน แน่นอนว่าวิตามินซีจะอยู่ในผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว เช่น ส้ม ฝรั่ง มะนาว เป็นต้น

ผลไม้กลุ่มนี้จะมีวิตามินซีที่ค่อนข้างสูงแต่ไม่พอเพียงสำหรับความต้องการของแต่ละวันเพราะร่างกายต้องการวิตามินซีในแต่ละวันอย่างน้อย 500 มิลลิกรัมในคนที่ร่างกายปกติแต่ต้องทำความเข้าใจกับวิตามินซีก่อนว่าที่ร้านขายกันส่วนใหญ่จะเป็นลักษณะ1000มิลลิกรัม และสามารถดูปริมาณได้ข้างขวดนั่นเอง วิตามินซีนั้นจะมีฤทธิ์เป็นกรดและสามารถละลายในน้ำได้เพราะฉะนั้นวิตามินซีจึงมีจุดสังเกตอยู่นิดหนึ่งคือ ฮาฟไลฟ์หรืออายุการทำงานของวิตามินนั้นจะสั้นมาก ประมาณ1.30ชม.ก็หมดฤทธิ์แล้วหลังจากที่กินเข้าไปและไม่ว่าเราจะกินในปริมาณเท่าไหร่ก็หมดฤทธิ์ใน1.30ชม.เท่านั้น

ดังนั้นการรับประทานวิตามินซีในการป้องกันเชื้อโรคและทานเพื่อให้สุขภาพดีนั้น การที่เราจะรับประทาน2000มิลลิกรัมทีเดียวนั้นจะทำให้ไม่คุ้มนั่นเอง และการรับประทานวิตามินซีให้เกิดผลลัพธ์ต่อสุขภาพที่ดีที่สุดนั้นควรจะรับประทานครั้งละ500 มิลลิกรัมและรับประทานทุกๆ 4ชม. วันหนึ่งก็จะได้เท่ากับ2000มิลกรัมเท่ากันนั่นเอง การรับประทานวิตามินซีแบบนี้จึงจะได้ผลลัพธ์ที่ออกฤทธิ์และครอบคลุมครบรอบ24ชม.นั่นเอง

สิ่งสำคัญที่สุดคือการรับประทานอาหารที่มีวิตามินซีให้ครบและวิตามินเป็นเพียงตัวช่วยเสริมในการต้านโรคหรือป้องกันการเกิดโรคต่างๆให้ดีขึ้นนั่นเอง

 

 

ได้รับการสนับสนุนมาจาก  ซื้อหวยฮานอยออนไลน์

HIV/AIDS ต่างกันอย่างไร ?

เมื่อผู้ป่วยที่มีการติดเชื้อไวรัสของเอชไอวีนั้น จะมีอาการและมีความผิดปกติโดยการแบ่งออก ได้แก่

ระยะติดเชื้อปฐมภูมิหรือระยะตั้งต้นเมื่อติดเชื้อไวรัสใหม่ๆ

สำหรับในระยะแบบนี้ความผิดปกติของผู้ป่วยนั้นเราจะเห็นได้ค่อนข้างที่จะน้อย และสามารถหายไปเองได้ด้วยนะ ซึ่งจะเป็นการใช้เวลาอยู่ประมาณ 2-4 อาทิตย์ อาการเหล่านี้มักจะแสดงออกด้วยการเจ็บคอ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ มี ไข้ต่ำๆ อ่อนเพลีย น้ำหนักลดเล็กน้อย ถ่ายอุจจาระเหลว ต่อมน้ำเหลืองโต เป็นต้น และอาการที่เห็นเหล่านีมักจะคล้ายกับอาการของคนที่เป็นไข้หวัดใหญ่นั่นเอง ดังนั้นการตรวจอาการเหล่านี้มักจะสามารถตรวจค้นหาได้ยาก

โดยระยะแรกที่มีการเกิดอาการเหล่านี้เรานั้นจะยังไม่เรียกว่าเป็นเอดส์ (Primary infection) เพราะมันเป็นระยะที่ไวรัสนั้นจะทำการเข้าไปใน “ทีเซลล์” และเป็นการเข้าไปเพื่อเป็นการฆ่าเซลล์เหล่านี้อีกด้วย โดยเซลล์จะทะยอยตายกันเป็นจำนวนที่มากขึ้น ดังนั้นจึงเป็นการส่งผลให้“ทีเซลล์”ที่อยู่ในเลือดนั้นลดจำนวนลงอย่างเห็นชัด ดังนั้นจะทำให้ไวรัสเหล่านั้นได้แพร่กระจายเข้าสู่ร่างกายได้รวดเร็วยิ่งขึ้นและยังเป็นการกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันต้านทานที่ทำหน้าที่สร้างแอนติบอดีให้สร้างแอนติบอดี้ต่อเชื้อไวรัสขึ้นมาภายในเวลา 3 ถึง 7 สัปดาห์ หลังจากติดเชื้อ ดังนั้นแอนติบอดีนี้ก็จะสามารถตรวจพบได้จากเลือด และเป็นสิ่งที่ใช้ในการวินิจฉัยการติดเชื้อไวรัสชนิดนี้ที่ชัดเจนมากอีกด้วย

ระยะในการติดเชื้อเป็นแบบเรื้อรังหรือการติดเชื้อฉวยโอกาสที่เป็นอย่างรุนแรงนี้

จะเห็นได้ว่าผู้ที่มีการติดเชื้ออาจจะสังเกตุด้วยการที่มองที่ลิ้นเพราะมันจะมีลักษณะคล้ายเชื้อราขึ้นที่ลิ้นนั่นเอง หรืออาจจะสังเกตุได้จากอาการที่มีวัณโรค ปอดกำเริบ โรคเริม หรืออาจจะเป็นโรคงูสวัด เป็นต้น แต่โรคเหล่านี้ล้วนจะมีอาการที่ไม่รุนแรงนัก และหากมีการรักษาโรคเหล่านี้ก็สามารถรักษาได้เช่นเดียวกัน ดังนั้นระยะที่เป็นโรคเหล่านี้เราจึงยังไม่สามารถเรียกโรคที่เป็นเหล่านี้ว่าเอดส์ได้ หรือเรียกโรคเหล่านี้ได้ว่าเป็นระยะสงบทางคลินิก (Clinical latency)

ซึ่งเป็นเชื้อไวรัสจะเข้าไปอยู่ในต่อมน้ำเหลือง และในม้ามของเรานั่นเอง และจะแบ่งตัวโดยการเพิ่มปริมาณในอวัยวะทั้งสองนี้เป็นส่วนใหญ่ ปริมาณของ CD 4 positive T-cell ในเลือด จะจะทำปฎิกิริยาค่อยๆลดจำนวนลงอย่างช้าๆ โดยจะมีระบบภูมิคุ้มกันเพื่อเป็นการต้านทานโรคของทางร่างกาย

จะไม่สามารถกำจัดเชื้อไวรัสได้ เพราะ CD 4 positive T-cell จะลดจำนวนลงเรื่อยๆ ระยะนี้ส่วนใหญ่จะกินเวลานาน 7-10 ปี โดยที่ผู้ติดเชื้อไม่มีอาการผิดปกติชัดเจน นอกจากนั้นการได้รับยาต้านไวรัสอย่างสม่ำเสมอจะเป็นการทำให้ผู้ติดเชื้อมีชีวิตอยู่ในระยะนี้ได้ยาวนานยิ่งขึ้นกว่าแต่ก่อนสมัยที่ยังไม่มีการค้นพบยาต้านเชื้อไวรัส ซึ่งในระยะนี้ เซลล์ CD 4 positive T-cell ยังไม่ต่ำมากจนเป็นสาเหตุ

 

สนับสนุนโดย  ชุดตรวจ hiv

โรคหัวใจ ไขมันพอกตับ และริดสีดวงทวาร

โรคหัวใจ ไขมันพอกตับ และริดสีดวงทวาร

1. หัวใจวาย/เส้นโลหิตหัวใจอุดตัน
อีกหนึ่งโรคที่อันตราย แล้วก็คนไม่ใช่น้อย ที่ไม่รู้มาก่อนว่าตนเองเป็นโรคนี้จนถึงแทบเอาชีวิตไม่รอด เว้นแต่ความประพฤติปฏิบัติการใช้ชีวิตที่ทำงานหักโหม เหนื่อย มีความเคร่งเครียดสะสม จนถึงทำให้ไม่ว่างบริหารร่างกาย รวมทั้งรับประทานอาหารดีๆ มีสาระแล้ว ความประมาทและไม่มีความระมัดระวังและมีความคิดว่าตนเองแข็งแรงดี บริหารร่างกายบ่อยๆ อย่างไรก็ไม่เป็นโรค บางทีอาจนำมาซึ่งการก่อให้เกิดสภาวะหัวใจวายฉับพลันได้ด้วยเหมือนกัน เนื่องจากว่าการตรวจร่างกายธรรมดาบางทีอาจไม่สามารถที่จะตรวจเจอโรคนี้ได้

แนวทางคุ้มครองปกป้อง นอกเหนือจากการบริหารร่างกายเสมอๆ ควรที่จะทำการเลือกรับประทานอาหารที่มีคุณประโยชน์รับประทานผักและก็รับประทานผลไม้ ลดของมัน ของทอด อาหารหวาน ถ้ามีลักษณะอาการแน่นหน้าอกขณะบริหารร่างกาย เดินขึ้นบันได วิ่ง หรือใช้แรงหนักๆ ควรจะรีบเจอหมอเพื่อตรวจหัวใจอย่างละเอียด
2. ไขมันพอกตับ
ภัยร้ายที่พร้อมจะรุกรามวัยทำงานทุกคนที่อยู่ในสภาวะอ้วน โรคเบาหวาน ไขมันในเลือดสูง ภาวะความดันโลหิตสูง รวมทั้งดื่มสุราเสมอๆ แรกๆ ผู้ป่วยจะไม่มีการแสดงอาการอะไรก็แล้วแต่เลยทำให้ประมาท ไม่ระวังเนื้อระวังตัว แล้วก็ยังกินอาหารไขมันสูง แป้งและน้ำตาลสูง จวบจนกระทั่งเริ่มมีลักษณะเบื่อข้าว ท้องอืดท้องเฟ้อ แน่นท้อง ของกินไม่ย่อย และก็บางทีอาจเสี่ยงโรคตับแข็งได้ในท้ายที่สุด

แนวทางคุ้มครองปกป้อง คือ รับประทานผักและผลไม้ให้เยอะขึ้นเรื่อยๆ ลดของทอดของมันของว่าง บริหารร่างกายอย่างสม่ำเสมอ รวมทั้งควบคุมน้ำหนักอยู่เป็นประจำ
3. ริดสีดวงทวาร
โรคที่ชาวไทยรู้จักกันมาอย่างเป็นเวลานาน แต่ว่าก็พบได้บ่อยอยู่เรื่อยรวมทั้งมีแววว่าจะเจอในอายุที่ลดลงเรื่อยๆ เช่นเดียวกัน มูลเหตุมาจากของกินที่เป็นเนื้อสัตว์ติดมัน แป้ง น้ำตาล รวมทั้งกินผักและผลไม้ และน้ำน้อย จนถึงทำให้มีลักษณะท้องผูกเป็นประจำถ่ายไม่ตรงเวลา รวมถึงการนั่งอยู่บนชักโครกนานๆ ก็ส่งผลให้เกิดแรงกดดันที่ปากทวารหนักมากขึ้นด้วย

แนวทางคุ้มครองปกป้อง ทานผักและทานผลไม้ รวมถึงน้ำดื่มให้มากขึ้นเรื่อยๆ ไม่นั่งบนชักโครกนานเกินความจำเป็น และก็บริหารร่างกายเสมอๆ จะช่วยกระตุ้นแนวทางการทำงานของระบบขับถ่ายให้ดียิ่งขึ้นได้

ผอมแล้วก็ต้องออกกำลังกาย

การออกกำลังกายสำหรับคนผอม

ผอมแล้วต้องออกกำลังกายด้วยหรอ จริงๆ การออกกำลังกายไม่ใช่แค่การที่ทำให้คุณสามารถควบคุมน้ำหนักได้ หรือเพียงแค่ทำให้รูปร่างของคุณดีขึ้น แต่เป็นการออกเพื่อสุขภาพต่างหาก สำหรับคนที่ผม จะเน้นการออกกำลังแบบ resistance training เป็นหลัก คือ การออกกำลังกายโดยใช้อุปกรณ์เครื่องเล่นต่างๆ ที่มีน้ำหนักให้เกิดแรงต้าน เช่น ดัมเบลล์ บาร์เบลล์ต่างๆ เพื่อเพิ่มมวลกล้ามเนื้อ ทำให้คุณมีกล้ามเนื้อที่แข็งแรงขึ้น ส่วนการออกกำลังกายแบบแอโรบิคจะไม่เน้นมากในการเพิ่มน้ำหนัก ขอแนะนำว่าถ้าจะได้ผลในการเพิ่มมวลกล้ามเนื้ออย่างเห็นได้ชัด อาจเข้าฟิตเนสที่มีผู้ให้คำแนะนำในการใช้อุปกรณ์สำหรับ resistance training สำหรับแต่ละส่วนของร่างกาย

Warm-up : ว่าใครจะเริ่มออกกำลังกายก็อบอุ่นร่างกายก่อน เพราะจะช่วยลดอาการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อหลังออกกำลังกายได้ โดยอาจวอร์มด้วยการเดิน หรือเดินเร็ว ประมาณ 5-10 นาที ตามด้วยการยืดกล้ามเนื้อมัดหลักๆ หรือส่วนที่จะใช้ในการออกกำลังกายต่อไป โดยแต่ละส่วนให้ทำการยืดค้างไว้ประมาณ 10-30 วินาที หรืออาจจะใช้วิธีการยกน้ำหนักเบาๆ ออกกำลังกล้ามเนื้อแต่ละส่วน ส่วนละประมาณ 12-15 ครั้งต่อเซต ไม่เกิน 2 เซต

Resistance Training : ออกกำลังกายแบบเน้นใช้อุปกรณ์ โดยเน้นเล่นแบบเฉพาะสัดส่วน ทั้งนี้เพื่อปรับปรุงในส่วนที่อยากจะเพิ่มหรือลดเฉพาะ โดยควรเริ่มออกกำลังทุกส่วนของร่างกายโดยเฉพาะกล้ามเนื้อมัดหลัก โดยเริ่มจากกล้ามเนื้อมัดใหญ่ไปหามัดเล็ก โดยเริ่มจากกลุ่มของกล้ามเนื้อขา หลัง อก ท้อง และแขน น้ำหนักที่ใช้ควรจะสามารถยกได้เต็มที่ 10-12 ครั้ง ในหนึ่งเซต ยก 2-3 เซต ในแต่ละท่า โดยในแต่ละกลุ่มของกล้ามเนื้อสามารถออกกำลังกายได้ 2 ท่า ในแต่ละครั้งที่ออกกำลังกายให้ใช้อุปกรณ์ หรือท่าออกกำลังกายประมาณ 8-10 ท่า ควรจะต้องออกกำลังกายสม่ำเสมอ อย่างน้อย 3 ครั้ง ต่อสัปดาห์

Cool-Down : ยกตัวอย่างหากกำลังวิ่งอยู่เมื่อจะหยุดให้ค่อยๆ ลดความเร็วของเครื่องวิ่ง หรือวิ่งเหยาะๆ ช้าลง เรื่อยๆ กระทั่งหยุด ทั้งนี้ในบทความนี้คือเน้นการยืดกล้ามเนื้อในส่วนที่ใช้ในการออกกำลังกายเป็นหลัก โดยทำการยืดค้างไว้ 15 -45 วินาที ในแต่ละกลุ่มของกล้ามเนื้อ

ผู้ที่ผอมจนเกินไปและอยากจะเพิ่มน้ำหนัก การออกกำลังกายเป็นประจำก็สามารถช่วยได้เช่นกัน เพราะอาจจะทำให้เกิดความอยากอาหารมากขึ้น แต่ทั้งนี้ไม่ต้องหักโหมมากจนร่างกายเราได้รับบาดเจ็บเหลือเหนื่อยเกินตัว จะทำให้ร่างกายยิ่งทรุดหนักขึ้น ผอมมากไปอีก และหากปฏิบัติตัวเช่นนี้สม่ำเสมอ น่าจะช่วยให้ร่างกายดูมีน้ำมีนวลขึ้นได้ แถมยังได้สุขภาพที่แข็งแรงอีกด้วย