สลากล็อตโต ความหวังใหม่คอหวย 

เมื่อกองสลากกินแบ่งรัฐบาลออกมาบอกว่าจะออกล็อตโตใหม่ เงินรางวัลแจ็คพอตร้อยล้าน เตรียมจะเอาเข้าครม. แต่ไม่น่าจะทันในรัฐบาลชุดนี้ จะต้องเป็นรัฐบาลหน้าเพราะจะต้องรอกฎหมายใหม่มีผลบังคับใช้ก่อน กฎหมายใหม่จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2562 กฎหมายใหม่เนื้อหาสาระว่าอย่างไรทำไมแจ็คพอตถึงได้ไปสูงถึงร้อยล้านบาท

 ในกฎหมายใหม่กำหนดให้เงินรางวัลผันแปรไปตามไปตามยอดขายในแต่ละงวด คือ พูดง่าย ๆ ตียอดขายเป็นร้อยเปอร์เซ็นต์ ในหนึ่งร้อยเปอร์เซ็นต์  จะแบ่ง 60% เป็นการจ่ายเงินรางวัล 23% เป็นรายได้ของรัฐ และอีก 17% เป็นค่าบริหารจัดการ สมมติว่ายอดขายอยู่ที่ หนึ่งพันล้าน 60%ของหนึ่งพันล้านจะนำมาจ่ายเป็นเงินรางวัลก็คือหกร้อยล้าน  

กฎหมายใหม่ให้สบทบเงินรางวัลได้ เช่น ในงวดวันที่ 1 ไม่มีคนถูกเลยจะนำไปทบกับงวดถัดไป คืองวดวันที่ 16 แต่ถ้างวดวันที่ 16  ยังไม่มีใครถูกอีก เงินในส่วนนี้ก็จะเข้ารัฐไป ก็คือสามารถทบได้แค่หนึ่งงวดเท่านั้น ซึ่งอันนี้จะแตกต่างจากต่างประเทศเพราะล็อตโตของต่างประเทศเขาจะทบไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะมีผู้ถูกรางวัล

 และที่แตกต่างจากต่างประเทศอีกก็คือ คนถูกรางวัลถ้าเป็นต่างประเทศแจ็คพอตจะมีแค่คน ๆ เดียวที่จะถูกรางวัล แต่ของไทยอาจจะถูกรางวัลเพียง 1 คนก็ได้ หรือมากกว่า 10 ก็ได้ ซึ่งถ้าถูกหลายคนก็จะนำเงินรางวัลมาหารกัน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นจะต้องรอเข้าครม.ก่อน และก่อนเข้าครม. ก็ต้องทำประชาพิจารณ์ก่อน ถ้าประชาพิจารณ์ผ่านถึงจะเข้าครม.

 ซึ่งก็ไม่ทันในรัฐบาลชุดหน้า ต้องรอเป็นรัฐบาลในชุดหน้า คอหวยต่างๆก็ได้แต่หวังว่าจะมีการเล่นรูปแบบใหม่อาจเกิดจากการเล่นรูปแบบเดิมๆ ซ้ำๆ อาจทำให้เกิดการเบื่อได้ง่ายหรือการผิดหวังไม่สมหวังเพราะรางวัลมีให้ลุ้นน้อยเกินไป 

 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  หวยออนไลน์

มารู้จักข้อดีของการกินน้ำอุ่นกันเถอะ

  เชื่อว่าเกือบทุกคนมักจะชอบดื่มน้ำดื่มที่แช่เย็นในตู้เย็นเอาไว้แล้ว ยิ่งตอนที่อากาศร้อนร้อนการได้ดื่มน้ำเย็นจะช่วยให้ร่างกายคลายความร้อนลงไปมาก แต่คุณเชื่อหรือไม่ว่า น้ำดื่มที่ดีที่สุดและเหมาะสมกับร่างกายของคนเรา และมีประโยชน์มากที่สุดกลับเป็นน้ำอุ่น ซึ่งข้อมูลนี้นายแพทย์หลายคนก็ได้ออกมายืนยันเช่นกันว่าการดื่มน้ำอุ่นนั้นดีกว่าการดื่มน้ำเย็นเป็นอย่างมาก ดังนั้นวันนี้เราจะมาหาขอ้ดีของการดื่มน้ำอุ่นกันค่ะ

  1. ช่วยกระตุ้นให้นอนหลับฝันดี  เชื่อว่าหลายหลายคนคงจะเคยประสบกับปัญหาการนอนไม่หลับกันเป็นแน่ เชื่อหรือไม่ว่าหากก่อนนอนเราดื่มน้ำอุ่นเข้าไปสักแก้ว จะช่วยให้คุณนอนหลับสบาย ซ้ำการดื่มน้ำอุ่นจะยังเข้าไปช่วยให้อุณหภูมิในร่างกายมีความอบอุ่นขึ้นอีกด้วย การดื่มน้ำอุ่นก่อนนอนก็มีลักษณะคล้ายกับการดื่มนมอุ่นอุ่นก่อนนอนนั่นเอง
  2.  ว่ากันว่าการดื่มน้ำอุ่น จะช่วยเรื่องของการย่อยอาหารได้ดีมากมาก สำหรับคนที่ดื่มน้ำอุ่นเป็นประจำทุกวันจะมีระบบการย่อยอาหารที่ทำงานเป็นปกติเพราะ เขาว่าวันกันว่าน้ำอุ่นนั้นมีส่วนที่จะช่วยกระตุ้นให้การทำงานของต่อมย่อยอาหารทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น อีกทั้งยังช่วยเรื่องของกรดในกระเพาะอาหารไม่ให้มีกรดมากเกินไปอีกด้วย และเมื่อปี ค.ศ. 2012 ได้มีการตีพิมพ์เอกสารการวิจัยออกมาว่า สำหรับคนที่มีปัญหาเกี่ยวกับความผิดปกติของหลอดทางเดินอาหาร เพียงแค่คุณทานน้ำอุ่นเป็นประจำก็จะสามารถใช้แก้ไขปัญหานี้ได้
  3.  รู้หรือเปล่าว่าหากคุณดื่มน้ำอุ่นทุกวัน และทุกมื้อมันจะช่วยชะลอความแก่ของคนให้แก่ช้าลง เพราะการดื่มน้ำอุ่นเป็นผลดีต่อผิวพรรณ แถมน้ำอุ่นยังช่วยจัดการกับสารพิษภายในร่างกาย ช่วยขับสารพิษเหล่านั้นออกจากร่างกายได้ ซึ่งสารพิษส่วนใหญ่จะมีผลทำให้เกิดริ้วรอยอยู่แล้ว ดังนั้นการดื่มน้ำอุ่นจึงช่วยให้ปัญหาริ้วรอยลดลง และหากอยากจะให้ร่างกายรู้สึกสดชื่นด้วยละก็ กินน้ำอุ่นผสมน้ำมะนาวนิดหน่อยก็จะช่วยให้ชุ่มคอได้ดีอีกด้วย
  4. การดื่มน้ำอุ่น ก็มีส่วนช่วยลดอาการท้องผูกด้วยนะคะ อย่างที่รู้กันดีว่าหากกินน้ำน้อยท้องจะผูกดังนั้นการกินน้ำอุ่นเป็นประจำในปริมาณทีร่างกายต้องการก็จะสามารถแก้ปัญหาอาการท้องผูกได้เช่นกัน เพราะน้ำที่เราดื่มเข้าไปจะเข้าไปช่วยควบคุมการทำงานของลำไส้ให้มีการเคลื่อนที่ได้อย่างปกติ
  5. และการดื่มน้ำอุ่นยังจะมาช่วยในเรื่องระบบไหลเวียนของเลือดให้ดึขั้นได้ดีอีกด้วย

 

 

สนับสนุนโดย  ชุดตรวจซิฟิลิส

สาระน่ารู้อาการเริ่มต้นของคนเป็นไทรอยด์ 

            หลายคนคงได้ยินชื่อโรคไทรอยด์กันมาบ้างแล้วนะคำว่าเป็นโรคเกี่ยวกับระบบการเผาผลาญพลังงานโดยไทรอยด์จะเป็นอวัยวะที่สำคัญอย่างหนึ่งในร่างกายจะอยู่ตรงบริเวณลำคอของคนไม่ว่าจะเป็นผู้ชายหรือผู้หญิง  ซึ่งหากใครที่มีปัญหาไทรอยด์ทำงานผิดปกติควรจะรีบรักษาเพราะหากปล่อยไว้นานๆจะเป็นโรคไทรอยด์เป็นพิษได้และอาจจะอันตรายถึงชีวิต ดังนั้นหากใครที่ยังไม่รู้ว่าอาการผิดปกติอย่างไรบ้างที่เป็นสัญญาณเตือนของไทรอยด์ทำงานผิดปกติเรามาดูกันค่ะ

  1. ผู้ป่วยที่เป็นโรคไทรอยด์มักจะมีอาการใจสั่นอ่อนเพลียและเหนื่อยง่าย ซึ่งหากพบว่ามีอาการหัวใจเต้นเร็วผิดปกติควรรีบไปพบแพทย์ เพราะถือว่าอยู่ในขั้นอาการหนักมากแล้ว
  2. สำหรับคนที่เป็นโรคนี้จะมีอาการผมร่วงเยอะมากเพราะไทรอยด์มีหน้าที่ควบคุมการทำงานของฮอร์โมนในร่างกาย
  3. ต่อมไทรอยด์จะทำงานผิดปกติบางคนจะนอนไม่หลับทั้งที่เป็นคนนอนหลับง่าย และบางคนก็จะง่วงนอนได้ตลอดเวลาทั้งที่ก็นอนพักผ่อนเพียงพอแล้ว
  4. หากต่อมไทรอยด์ทำงานผิดปกติจะพบว่าบางคนอ้วนขึ้นทั้งที่การกินหรือการใช้ชีวิตประจำวันก็ยังเหมือนเดิม หรือบางคนก็ผมลงอย่างผิดปกติ ทั้งที่กินเท่าเดิมเนื่องจากระบบเผาผลาญทำงานผิดปกติ
  5. อีกข้อที่พบได้บ่อยคือบางคนจะรู้สึกหิวบ่อย กินอะไรก็อร่อย แต่บางคนก็ไม่หิว กินไม่ค่อยลง
  6. และมักจะมีปัญหาเกี่ยวกับระบบขับถ่ายไม่ปกติ บางคนถ่ายบ่อยขึ้นทั้งที่ไม่ได้ท้องเสีย หรือบางคนก็กินผักเยอะแต่ก็ยังท้องผูก
  7. บางคนมีปัญหาไทรอยด์หลังฮอร์โมนออกมามากผิดปกติเหงื่อก็ออกเยอะ แต่บางคนหากหลั่งฮอร์โมนออกมาน้อยก็จะทำให้ร่างกายหนาวได้ตลอดเวลา
  8. ถ้าต่อมไทรอยด์ส่งผลต่อความผิดปกติในการผลิตฮอร์โมนชาลง มีการเผาผลาญน้อยลง จะทำให้ผิวแห้งและมีเหงื่อออกน้อยรวมถึงเล็บอาจจะเปราะได้
  9. จุดสังเกตอาการของไทรอยด์มีปัญหาคือ ตรงบริเวณที่คอจะบวมและมีอาการเจ็บคอ เสียงจะเปลี่ยน
  10.  มีอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อโดยไม่ทราบสาเหตุทั้งที่ไม่ได้ทำอะไรหรือไม่ได้ยกของหนัก หรือมักจะมีอาการเป็นตะคริวบ่อย
  11.  มีความกระวนกระวายใจ ชอบคิดฟุ้งซ่านคิดเล็กคิดน้อยต่างๆ นั่นก็เพราะว่าต่อมไทรอยด์มีผลเรื่องของการผลิตฮอร์โมนในร่างกายดังนั้นหากใครที่มีปัญหาฮอร์โมนทำงานผิดปกติมักจะมีอาการเหล่านี้ร่วมด้วยซึ่งบางคนที่เป็นอาจคิดไม่ถึงเพราะคิดว่าเกิดจากความเครียดหรือเกิดจากใกล้จะวัยทอง ซึ่งที่จริงแล้วไม่ใช่ ดังนั้นเราจึงจำเป็นต้องสังเกตอาการของเราให้ครบถ้วนเพื่อจะได้รีบรักษาได้ทันท่วงที

 

สนับสนุนโดย  ตรวจเอดส์ไม่เจอ

วิตามินซีต้านหวัด

วิตามินซีเป็นวิตามินที่ทุกคนนั้นรู้จักและคุ้นเคยกันอยู่แล้วและเชื่อว่าเป็นวิตามินที่คนทุกคนต้องเคยซื้อมาอย่างแน่นอน เพราะวิตามินซีนั้นถือเป็นสิ่งที่ค่อนข้างแพร่หาย และประโยชน์ของวิตามินซีนั้นคืออะไร โดยหลักๆแล้วนั้นวิตามินซีจะช่วยป้องกันการเลือดออกตามไรฟัน โดยวิตามินซีนั้นจะไปช่วยซ่อมแซมในส่วนของเส้นเลือกฝอยเล็กๆเส้นเลือกหัวใจและเส้นเลือดในร่างกายด้วยและมีฤทธิ์ช่วยเพิ่มการทำงานของเม็ดเลือดขาวในการฆ่าเชื้อโรคทำให้วิตามินซีนั้นเป็นวิตามินที่จำเป็นสำหรับร่างกายของเราอย่างมาก

ที่จะช่วยป้องกันโรคเพราะว่าในปัจจุบันทั้งอากาศหรือสิ่งต่างๆนั้นมีความสกปรกขึ้นและเต็มไปด้วยเชื้อโรคมากขึ้น และช่วยในการสร้างเม็ดสีได้ช้าลงทำให้ร่างกายหรือผิวพรรณเรานั้นขาวขึ้นหรือกระจ่างใสขึ้นและที่สำคัญวิตามินซียังช่วยในการสร้างคอลลาเจนและมีฤทธิ์นการต้านสารอนุมูลอิสระช่วยในการชะลอวัยนั่นเอง

วิตามินซีโดยปกติแล้วร่างกายนั้นไม่สามารถสร้างเองได้ จึงเป็นสาเหตุว่าทำไมต้องมีการกำหนดปริมาณวิตามินซีที่จำเป็นต่อวันขึ้นมาและความต้องการในปริมาณของวิตามินซีนั้นก็จะแตกต่างไปตามเพศและวัย ในเมื่อวิตามินซีนั้นไม่สามารถสร้างเองได้ จึงต้องมาดูว่าวิตามินซีมาจากแหล่งไหนดีกว่ากัน แน่นอนว่าวิตามินซีจะอยู่ในผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว เช่น ส้ม ฝรั่ง มะนาว เป็นต้น

ผลไม้กลุ่มนี้จะมีวิตามินซีที่ค่อนข้างสูงแต่ไม่พอเพียงสำหรับความต้องการของแต่ละวันเพราะร่างกายต้องการวิตามินซีในแต่ละวันอย่างน้อย 500 มิลลิกรัมในคนที่ร่างกายปกติแต่ต้องทำความเข้าใจกับวิตามินซีก่อนว่าที่ร้านขายกันส่วนใหญ่จะเป็นลักษณะ1000มิลลิกรัม และสามารถดูปริมาณได้ข้างขวดนั่นเอง วิตามินซีนั้นจะมีฤทธิ์เป็นกรดและสามารถละลายในน้ำได้เพราะฉะนั้นวิตามินซีจึงมีจุดสังเกตอยู่นิดหนึ่งคือ ฮาฟไลฟ์หรืออายุการทำงานของวิตามินนั้นจะสั้นมาก ประมาณ1.30ชม.ก็หมดฤทธิ์แล้วหลังจากที่กินเข้าไปและไม่ว่าเราจะกินในปริมาณเท่าไหร่ก็หมดฤทธิ์ใน1.30ชม.เท่านั้น

ดังนั้นการรับประทานวิตามินซีในการป้องกันเชื้อโรคและทานเพื่อให้สุขภาพดีนั้น การที่เราจะรับประทาน2000มิลลิกรัมทีเดียวนั้นจะทำให้ไม่คุ้มนั่นเอง และการรับประทานวิตามินซีให้เกิดผลลัพธ์ต่อสุขภาพที่ดีที่สุดนั้นควรจะรับประทานครั้งละ500 มิลลิกรัมและรับประทานทุกๆ 4ชม. วันหนึ่งก็จะได้เท่ากับ2000มิลกรัมเท่ากันนั่นเอง การรับประทานวิตามินซีแบบนี้จึงจะได้ผลลัพธ์ที่ออกฤทธิ์และครอบคลุมครบรอบ24ชม.นั่นเอง

สิ่งสำคัญที่สุดคือการรับประทานอาหารที่มีวิตามินซีให้ครบและวิตามินเป็นเพียงตัวช่วยเสริมในการต้านโรคหรือป้องกันการเกิดโรคต่างๆให้ดีขึ้นนั่นเอง

 

 

ได้รับการสนับสนุนมาจาก  ซื้อหวยฮานอยออนไลน์

ถึงฤดูกาลของการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่กันแล้ว

         โดยปกติแล้วในช่วงประมาณเดือนพฤษภาคมจะเริ่มมีการเปิดให้ประชาชนได้รับวัคซีนไข้หวัดใหญ่เพื่อป้องกันการติดโรคไข้หวัดใหญ่กันซึ่งเป็นอีกรอบหนึ่งที่คนนิยมเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะเด็กนักเรียนที่ต้องมีการพบเจอกันตามโรงเรียนเมื่อคนนึงเป็นไข้หวัดใหญ่อีกคนนึงก็มักจะติดตามเพื่อนไปด้วยดังนั้นทางกระทรวงสาธารณสุขจึงมักจะมีการกำหนดนโยบายออกมาว่าช่วงไหนที่เป็นไข้หวัดใหญ่มีการออกมาจำหน่ายก็ให้ประชาชนไปทำการฉีดวัคซีนซึ่งในปีนี้จะเริ่มให้ฉีดวัคซีนได้ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคมปี 2562 เป็นต้นไป

โดยในปีนี้นั้นทางรัฐบาลเองได้มีการออกมาช่วยเหลือประชาชนบางกลุ่มซึ่งอาจจะเป็นกลุ่มเสี่ยงที่สมควรอย่างยิ่งที่จะต้องได้รับการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่โดยจะให้สามารถฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ได้ฟรีซึ่งกลุ่มคนที่จะได้รับการฉีดวัคซีนปีนั้นก็จะมีตั้งแต่ผู้หญิงที่มีการท้องโดยอายุของคันนั้นจะต้อง 4 เดือนขึ้นไปถึงจะสามารถรับวัคซีนฟรีได้  หรือกลุ่มเด็กที่มีอายุระหว่าง 6 เดือนถึง 2 ขวบกลุ่มนี้ก็สามารถรับวัคซีนฟรีได้เช่นเดียวกันและกลุ่มคนชราที่มีอายุตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไปหรือคนที่มีน้ำหนักอ้วนตั้งแต่ 100 กิโลกรัมขึ้นไป

และคนที่เป็นโรคพิกลพิการสมองไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้และพวกกลุ่มภูมิคุ้มกันบกพร่องเริ่มของคนเป็นโรคเอดส์และโรคธาลัสซีเมียรวมถึงคนที่มีอาการป่วยเรื้อรังควบป่วยเป็นโรคหัวใจหรือโรคหอบหืดหรือโรคปอดกลุ่มคนเหล่านี้จะสามารถไปขอรับวัคซีนไข้หวัดใหญ่ได้ฟรีโดยไม่เสียเงินโดยสถานที่จะใช้บริการได้ฟรีนั้นจะต้องไปติดต่อสถานที่บริการสาธารณสุขที่เป็นของรัฐบาลเท่านั้นส่งเอกชนนั้นจะสามารถใช้ได้บางสถานที่จึงต้องทำการเช็คดูก่อนหากต้องการไปฉีดวัคซีนที่สถานพยาบาลของเอกชนแต่ว่าคนที่จะไปฉีดวัคซีนฟรีได้นั้น

จะต้องมีการลงทะเบียนเพื่อขอรับวัคซีนก่อนซึ่งขั้นตอนการลงทะเบียนสามารถติดต่อได้ที่ LINE ID:@ucb kk  ซึ่ง LINE ID นี้จะเป็นการลงทะเบียนสำหรับคนที่อยู่ในเขตกรุงเทพฯเท่านั้นโดยจะมีขั้นตอนให้มีการลงทะเบียนเพื่อรับวัคซีนและจะมีการนัดวันไปฉีดวัคซีนกันอีกครั้งหนึ่งส่วนใครก็ตามที่ไม่ได้อยู่ในเงื่อนไขพี่จะได้รับวัคซีนฟรีก็สามารถไปฉีดวัคซีนได้ตามสถานพยาบาลทั่วๆไป

ซึ่งจะมีการคิดค่าบริการตามเงื่อนไขของแต่ละโรงพยาบาลนั้นๆโดยการฉีดวัคซีนนี้ประชาชนทุกคนควรจะมีการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่เนื่องจากว่าเป็นโรคที่มักจะเกิดขึ้นได้กับคนทุกเพศทุกวัยและอยู่ในสถานการณ์ตอนนี้ที่ไวรัสโคโรน่ากำลังระบาดหากใครร่างกายอ่อนแอภูมิคุ้มกันไม่ดีก็อาจจะทำให้ติดเชื้อไวรัสโคโรน่าได้ง่ายดังนั้นการฉีดวัคซีนจะสามารถช่วยป้องกันได้ในระดับหนึ่ง

 

 

สนับสนุนโดย  ซื้อหวยฮานอย เว็บไหนดี

น้ำเซเลอรี่ไม่ใช่มีประโยชน์อย่างเดียวแต่โทษก็มีเหมือนกันนะ

     หลายคนคงเคยศึกษาเกี่ยวกับเรื่องของน้ำเชอรี่กันมาบ้างแล้วว่ามีคุณประโยชน์และวิตามินหลากหลายมากแค่ไหนอีกทั้งยังช่วยรักษาหรือซ่อมแซมโรคต่างๆได้ดีอีกด้วยไม่ว่าจะเป็นโรคมะเร็งโรคไขข้ออักเสบซึ่งคนส่วนใหญ่ที่รักสุขภาพมักจะมีการนำเซเลอรี่ มาปั่นเป็นน้ำดื่มเพื่อเป็นน้ำดื่มเพื่อสุขภาพกินในยามเช้าซึ่งเราจะเห็นกลุ่มสายเฮลตี้นิยมทำกัน

เรามักจะเห็นการโฆษณาเกี่ยวกับเรื่องของการดื่มน้ำเซเลอรี่ในกลุ่มคนรักสุขภาพว่าจะช่วยในเรื่องของสารอาหารสูงและให้พลังงานต่ำดังนั้นคนที่ต้องการลดน้ำหนักจึงนิยมดื่มน้ำเซเลอรี่กันเป็นอย่างมากแต่ที่จริงแล้วคุณแม่น้ำเซเลอรี่จะมีประโยชน์มากมายแค่ไหนก็ตามแต่ก็มีโทษได้หากเรากินในปริมาณที่ไม่เหมาะสมหรือไม่ได้ศึกษาให้ดีซะก่อนว่าจริงๆแล้วน้ำทะเลนั้นไม่ได้เหมาะกับคนทุกเพศทุกวัยสำหรับคนที่มีอาการป่วยด้วยปัญหาโรคไตนั้นไม่ควรที่จะทานน้ำเซเลอรี่เป็นอย่างยิ่งเคอรี่มีโพแทสเซียมสูง

ดังนั้นหากเราเป็นโรคไตแล้วการกินน้ำเซเลอรี่เข้าไปก็จะเป็นการไปเพิ่มโพแทสเซียมในร่างกายให้มีมากจนเกินไปซึ่งจะมีอันตรายผู้ป่วยโรคไตเป็นอย่างมากการดื่มน้ำเซเลอรี่ที่ดีนั้นเราสามารถดื่มได้แต่ควรดื่มให้ในปริมาณที่พอเหมาะไม่ควรดื่มมากจนเกินไปและการกินน้ำเซเลอรี่นั้นไม่ควรกินเฉพาะเชอรี่อย่างเดียวแต่ควรนำมาปั่นผสมกับผักชนิดอื่นๆเพื่อที่เราจะได้รับสารอาหารจากผักชนิดอื่นๆ

มาหมุนเวียนปนกันไปเพราะการกินแค่น้ำเสร็จหรืออย่างเดียวเราก็ได้สารอาหารจากเคอรี่อย่างเดียวเท่านั้นซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่เหมาะสมและที่สำคัญก่อนที่เราจะนำสตอรี่มาทำการปั่นกินน้ำนั้นเราควรมีการล้างผักเซเลอรี่ให้สะอาดเสียก่อนเพราะอาจจะมีสารตกค้างจากสารพิษหรือพวกยาฆ่าหญ้าดังนั้นการแช่ไว้ในน้ำซัก 15 นาทีก่อน

ที่เราจะเอามาหั่นเพื่อไปปั่นในเครื่องปั่นก็จะเป็นการดีมากเพราะจะช่วยให้เราสามารถล้างสารพิษที่ตกค้างออกไปได้และจริงๆแล้วการกินเซเลอรี่นั้นไม่จำเป็นต้องกินเฉพาะการปั่นเป็นน้ำเท่านั้นเราสามารถไปกินกับพวกผักสลัดหรือว่าจะต้มในน้ำซุปก็สามารถกินได้เช่นเดียวกันที่สำคัญอย่าลืมศึกษารายละเอียดว่าลอตเตอรีนั้นเหมาะกับคนกลุ่มไหนประเภทอะไรหรือผู้ป่วยโรคไหนที่ไม่สามารถกินเชอรี่ได้เพราะฉะนั้นหากเกิดกินเข้าไปแล้วมีอาการแพ้อาจจะมีอันตรายถึงแก่ชีวิตได้เช่นเดียวกัน

       ผักทุกชนิดหรืออาหารทุกชนิดมีทั้งประโยชน์และโทษปะปนกันไปดังนั้นก่อนที่จะกินอะไรเราควรจะมีการศึกษาข้อมูลให้เข้าใจถึงสิ่งที่เราจะกินเสียก่อนเพื่อที่เราจะได้รับประโยชน์จากสิ่งที่เรากินสูงสุด

 

 

ได้รับกรสนับสนุนโดย  หวยลาวจ่ายบาทละเท่าไร

กินยังไงให้ผอม

วันนี้เว็บ  หวยออนไลน์บาทละ 950  ของเรามีเทคนิคดีๆมาฝากทุกคนที่กำลังมีความตั้งใจในการลดน้ำหนัก หรือ ไดเอท กัน เพราะเทคนิคนี้ไม่ได้ให้คุณอดอาหาร ใช่แล้ว! ไม่ได้คุณอดอาหาร คุณเข้าใจถูกแล้ว เพราะวันนี้เราจะนำเสนอเทคนิคการกินที่จะทำให้คุณผอมได้ ถ้าไม่เชื่อก็ลองอ่านแล้วไปทำตามดูสิ

  1. เลือกกินอาหารแคลอรี่ต่ำ 

การที่คุณอยากผอมหรือกำลังตั้งใจลดน้ำหนัก คุณควรจะใส่ใจในการเลือกกินมากๆ เพราะการที่คุณเลือกกินอาหารที่ดีและแคลอรี่ต่ำจะทำให้คุณผอมหรือลดน้ำหนักง่ายขึ้น ยกตัวอย่างเช่น ไข่ต้ม อกไก่ย่าง หรือ ปลาทะเล ต่างๆ สิ่งเหล่านี้ล้วนดีต่อร่างกายคุณ แต่หากคุณไปเลือกกิน ไข่เจียว น่องไก่ทอด หรือ ขาหมู รับรองคุณจะได้แคลอรี่จากอาหารเป็นจำนวนมหาศาล และหากคุณเผาผลาญไม่ทัน คุณก็จะหมดสิทธิ์ผอมทันที เพราะแบบนี้เองการเลือกกินอาหารแคลอารี่ต่ำจะช่วยทำให้คุณผอมหรือลดน้ำหนักง่ายขึ้นอย่างแน่นอน

  1. กินผักให้มากขึ้น

การที่ร่างกายกินอาหารจำพวกแป้ง เนื้อสัตว์ และไขมันแล้ว คุณรู้หรือไม่ว่า จริงๆแล้วร่างกายยังต้องการสารอาหาร จำพวก วิตามินและแร่ธาตุ ซึ่งแหล่งวิตามินและแร่ธาตุต่างๆ นั้นอยู่ในผัก ผักแต่ละสีจะมีวิตามินและแร่ธาตุแตกต่างกันออกไป ดังนั้นคุณควรจะกินผักหลากสี เพราะจะทำให้ร่างกายคุณได้รับวิตามินและแร่ธาตุครบถ้วน เพราะบางทีที่เรารู้สึกหิวนั้นไม่ได้แปลว่าร่างกายต้องการอาหารนะ แต่ร่างกายเราต้องการวิตามินและแร่ธาตุต่างหาก เพราะแบบนี้เองคุณควรจะเลือกกินผักหลายหลายสีด้วยนะ 

  1. กินช็อคโกแลตเป็นของหวาน

คุณคงตกใจว่าลดน้ำหนักอยู่ แล้วทำไมกินช็อคโกแลตได้ คุณกินได้นะ แต่คุณต้องเลือกกินดาร์กช็อคโกแลตแทนแค่นั้นเอง เพราะการที่ร่างกายเราได้ความหวานจากดาร์กช็อคโกแลต จะทำให้เรารู้สึกอารมณ์ดีและอยากของหวานน้อยลง แถมดาร์กช็อคโกแลตยังช่วยเรื่องสารต้านอนุมูลอิสระด้วยนะ เพราะมีสารฟลาโวนอยด์ ที่ช่วยบำรุงผิวเราทางอ้อมอีกด้วย แต่อย่าเผลอกินเยอะไปละ กินแค่พอประมาณนะ 1-2 ชิ้นก็พอ

  1. กินเผ็ดสักนิด

การกินเผ็ดจะช่วยเพิ่มการเผาผลาญของร่างกายได้ดีทีเดียว เพราะการที่เรากินเผ็ดจะทำให้ไปกระตุ้นระบบเผาผลาญและระบบย่อยอาหารละ แต่คุณอย่ากินเผ็ดจนเกินไปนะ เพราะอาจจะทำให้คุณปวดท้องได้นะ  

ง่ายๆแค่นี้คุณก็สามารถ กินยังไงให้ผอม ได้แล้ว และถ้าออกกำลังกายด้วยรับรองผอมเร็วชัวร์ คุณลองไปทำตามดูสิแล้วคุณจะรู้ว่ามันไม่ใช่เรื่องยาก

โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ รู้ไว้ เรื่องใกล้ตัว

  โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เป็นโรคที่ร้ายเเรงอีกโรคหนึ่ง เพราะทำไห้เสียชีวิต หรือต้องกินยาไปตลอดชีวิตก็ได้ อาจจะทำไห้เราไม่มีความสุขในชีวิตเลยก็ว่าได้ เพราะโรคบางโรค สังคมอาจจะรังเกียจ หรือ อาจจะกลัวเราไปเลยก็ได้ ซึ่งโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ก็จะมีหลากหลายโรค เเละหลากหลายความรุนเเรง จำเเนกออกไป ตามเชื้อไวรัส หรือเชื้อเเบคทีเรีย ที่เราได้รับเข้าไป ซึ่งโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เเบ่งได้เป็นหลายๆโรค เลย คือ

 1.โรคหนองใน โรคหนองใน จะเเบ่งเป็นหนองในเเท้เเละหนองในเทียม ซึ่งโรคหนองใน ถึงจะไม่รุนเเรงมากนัก เเต่ก็สามารถสร้างความเจ็บปวดไห้กับคนที่ได้รับเชื้อเเบคทีเรียตัวนั้นได้เช่นกัน เพราะเป็นอะไรที่เเสบมากเวลาเป็น ซึ่งโรคหนองในจะมี2อย่างคือ หนองในเเท้ ซึ่งหนองในเเท้ สามารถสังเกตได้ง่ายๆเลยคือ มีหนองออกจากองคชาติ หรือ ช่องคลอด มีอาการเเสบ เเละเวลาฉี่ก็เเสบขัดจนทนไม่ไหว การรักษาหนองในเเท้ ต้องฉีดยาอย่างเดียว เพื่อยับยั้งการลุกลาม ส่วนหนองในเทียม ก็จะมีเเค่หนองออกมาเฉยๆ เเละไม่ต้องฉีดยา เเต่ต้องกินยาปฏิชีวนะ เเละหนองในเทียมรักษาง่ายกว่า

 2.โรคเอดส์ โรคนี้ ไม่มีใครไม่รู้จัก เพราะว่า เป็นโรคยอดฮิตที่ พบเจอได้เป็นอันดับต้นๆของโรคติดต่อที่มาจากเพศสัมพันธ์เลยก็ว่าได้ เพราะโรคเอดส์ สามารถเป็นกันได้ทุกคน หากได้รับเชื้อ ส่วนใครที่ไม่เเน่ใจว่าเป็นหรือไม่ หรืออาจจะมีความเสี่ยง ก็สามารถไปตรวจได้เลย ที่สำคัญตรวจฟรีด้วย ไปทันเวลาก็อาจจะได้รับการรักษาทันที เเละได้ยาต้านเชื้อไวรัสด้วย ซึ่งโรคนี้ ไม่สามารถรักษาไห้หายได้อย่างปลิดทิ้ง เเต่จะทำได้เเค่ต้านเชื้อเอดส์เท่านั้น 

3.โรคซิฟิลิส โรคนี้ คนอาจจะเป็นกันเยอะ เเต่ไม่รู้ตัว เพราะเป็นโรคที่เกิดขี้นมาเเล้วหายไปเอง เเต่พอมาเป็นอีกที คือระยะเรื้อรังไปเเล้ว เเละการรักษา ก็ยากมาก เพราะอาจจะลุกลาม ไปขึ้นบริเวณภายในร่างกาย เพราะโรคซิฟิลิส เเบ่งเป็น4ระยะ ซึ่ง2ระยะแรก เป็นเเค่ตุ่มๆ ขึ้นตามร่างกาย เเละจะหายไปเอง ระยะที่3-4 ก็จะเป็นระยะเรื้อรัง คือรักษาไม่ได้เเล้ว

 ส่วนใครที่มีอาการเป็นตุ่มน้ำเเดงๆ ก็ควรรีบไปตรวจรักษา เพราะถ้าเราเป็นเเล้วจะได้รักษาไห้หายได้ทันที ซึ่ง3โรคที่ยกตัวอย่างมานั้น เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ยอดฮิต ที่คนนิยมเป็นกันมากที่สุด เเต่อย่านิ่งนอนใจ เพราะโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์นั้น ติดได้ตั้งเเต่เด็กยันคนเเก่ เเละขออย่านิ่งนอนใจ เมื่อมีอะไรผิดปกติของร่างกาย ควรรีบไปตรวจทันที เพราะอาจจะเป็นโรคเหล่านี่ก็ได้ เพียงเเค่ไม่ออกอาการเท่านั้น

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  ชุดตรวจ hiv

สาเหตุของอาการปวดหูเกิดจากอะไร 

สาเหตุของอาการปวดหูเกิดจากอะไร สาเหตุของการปวดหูมีได้ 2 ลักษณะ คือ เป็นโรคของหูเอง และอวัยวะข้างเคียงอื่น ๆทำให้ปวดหูได้ เราจะมาทำความรู้จักโรคของหูที่ทำให้เกิดการปวดหูซึ่งมีสาเหตุดังนี้ 

1.)หูชั้นนอกติดเชื้อ เป็นสาเหตุต้นๆที่ทำให้เกิดอาการปวดหู อาจมีของเหลวหรือน้ำเหลืองไหลออกมาจากช่องหู จะรู้สึกเจ็บและคันบริเวณหู พบได้บ่อยในผู้ที่ว่ายน้ำ น้ำเข้าหูหรือมีการแคะ แกะ ปั่นช่องหู 

2.)หูชั้นกลางอักเสบ มักจะเกิดร่วมกับการติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนบน เช่น เวลาเป็นหวัด 

3.)การเปลี่ยนแปลงความดันอากาศ เช่น เวลาขึ้นเครื่องบินหรือเวลาดำน้ำ 

4.)การบาดเจ็บหรืออุบัติเหตุ เช่น การใช้ไม้แคะหูลึกเกินไป การอยู่ในสถานที่มีเสียงดังมาก ๆหรือเสียงดังใกล้บริเวณหู อาจทำให้แก้วหูได้รับความเสียหายได้ 

สาเหตุของการปวดหูที่เกิดจากอวัยวะส่วนอื่น มีดังต่อไปนี้ 

1.)การติดเชื้อในลำคอ เนื่องจากหูจะมีความเกี่ยวข้องกับอวัยวะที่อยู่ใกล้เคียง เมื่อเกิดการติดเชื้อในลำคอ เช่น ต่อมทอนซิลอักเสบจากการติดเชื้อไวรัส หรือผีหนองบริเวณต่อมทอนซิลจะทำให้รู้สึกเจ็บเมื่อกลืนอาหารหรือน้ำดื่ม และมีอาการปวดหูร่วมด้วย 

2.)ความผิดปกติของข้อต่อขากรรไกร อาจเป็นผลมาจากความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับข้อต่อขากรรไกร เช่น โรคข้ออักเสบ การนอนกัดฟัน 

3.)ฟันเป็นหนอง เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียบริเวณฟันและเหงือกจนทำให้เกิดหนอง ทำให้ปวดฟันในลักษณะตุบๆ บางครั้งก็อาจทำให้มีอาการปวดหูร่วมด้วย 

4.)เป็นหวัด เมื่อเป็นหวัดจะทำให้ร่างกายผลิตน้ำมูกออกมาในปริมาณมาก ทำให้เกิดการสะสมในท่อที่เชื่อมต่อระหว่างคอกับหูชั้นกลาง และมีแรงดันต่อเยื่อแก้วหู จึงเกิดอาการปวดหูตามมาได้ทางที่ดีแนะนำให้ไปพบแพทย์ด้านหูหากปล่อยไว้นานอาจเป็นอันตรายได้

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย  เครื่องช่วยฟัง

HIV/AIDS ต่างกันอย่างไร ?

เมื่อผู้ป่วยที่มีการติดเชื้อไวรัสของเอชไอวีนั้น จะมีอาการและมีความผิดปกติโดยการแบ่งออก ได้แก่

ระยะติดเชื้อปฐมภูมิหรือระยะตั้งต้นเมื่อติดเชื้อไวรัสใหม่ๆ

สำหรับในระยะแบบนี้ความผิดปกติของผู้ป่วยนั้นเราจะเห็นได้ค่อนข้างที่จะน้อย และสามารถหายไปเองได้ด้วยนะ ซึ่งจะเป็นการใช้เวลาอยู่ประมาณ 2-4 อาทิตย์ อาการเหล่านี้มักจะแสดงออกด้วยการเจ็บคอ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ มี ไข้ต่ำๆ อ่อนเพลีย น้ำหนักลดเล็กน้อย ถ่ายอุจจาระเหลว ต่อมน้ำเหลืองโต เป็นต้น และอาการที่เห็นเหล่านีมักจะคล้ายกับอาการของคนที่เป็นไข้หวัดใหญ่นั่นเอง ดังนั้นการตรวจอาการเหล่านี้มักจะสามารถตรวจค้นหาได้ยาก

โดยระยะแรกที่มีการเกิดอาการเหล่านี้เรานั้นจะยังไม่เรียกว่าเป็นเอดส์ (Primary infection) เพราะมันเป็นระยะที่ไวรัสนั้นจะทำการเข้าไปใน “ทีเซลล์” และเป็นการเข้าไปเพื่อเป็นการฆ่าเซลล์เหล่านี้อีกด้วย โดยเซลล์จะทะยอยตายกันเป็นจำนวนที่มากขึ้น ดังนั้นจึงเป็นการส่งผลให้“ทีเซลล์”ที่อยู่ในเลือดนั้นลดจำนวนลงอย่างเห็นชัด ดังนั้นจะทำให้ไวรัสเหล่านั้นได้แพร่กระจายเข้าสู่ร่างกายได้รวดเร็วยิ่งขึ้นและยังเป็นการกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันต้านทานที่ทำหน้าที่สร้างแอนติบอดีให้สร้างแอนติบอดี้ต่อเชื้อไวรัสขึ้นมาภายในเวลา 3 ถึง 7 สัปดาห์ หลังจากติดเชื้อ ดังนั้นแอนติบอดีนี้ก็จะสามารถตรวจพบได้จากเลือด และเป็นสิ่งที่ใช้ในการวินิจฉัยการติดเชื้อไวรัสชนิดนี้ที่ชัดเจนมากอีกด้วย

ระยะในการติดเชื้อเป็นแบบเรื้อรังหรือการติดเชื้อฉวยโอกาสที่เป็นอย่างรุนแรงนี้

จะเห็นได้ว่าผู้ที่มีการติดเชื้ออาจจะสังเกตุด้วยการที่มองที่ลิ้นเพราะมันจะมีลักษณะคล้ายเชื้อราขึ้นที่ลิ้นนั่นเอง หรืออาจจะสังเกตุได้จากอาการที่มีวัณโรค ปอดกำเริบ โรคเริม หรืออาจจะเป็นโรคงูสวัด เป็นต้น แต่โรคเหล่านี้ล้วนจะมีอาการที่ไม่รุนแรงนัก และหากมีการรักษาโรคเหล่านี้ก็สามารถรักษาได้เช่นเดียวกัน ดังนั้นระยะที่เป็นโรคเหล่านี้เราจึงยังไม่สามารถเรียกโรคที่เป็นเหล่านี้ว่าเอดส์ได้ หรือเรียกโรคเหล่านี้ได้ว่าเป็นระยะสงบทางคลินิก (Clinical latency)

ซึ่งเป็นเชื้อไวรัสจะเข้าไปอยู่ในต่อมน้ำเหลือง และในม้ามของเรานั่นเอง และจะแบ่งตัวโดยการเพิ่มปริมาณในอวัยวะทั้งสองนี้เป็นส่วนใหญ่ ปริมาณของ CD 4 positive T-cell ในเลือด จะจะทำปฎิกิริยาค่อยๆลดจำนวนลงอย่างช้าๆ โดยจะมีระบบภูมิคุ้มกันเพื่อเป็นการต้านทานโรคของทางร่างกาย

จะไม่สามารถกำจัดเชื้อไวรัสได้ เพราะ CD 4 positive T-cell จะลดจำนวนลงเรื่อยๆ ระยะนี้ส่วนใหญ่จะกินเวลานาน 7-10 ปี โดยที่ผู้ติดเชื้อไม่มีอาการผิดปกติชัดเจน นอกจากนั้นการได้รับยาต้านไวรัสอย่างสม่ำเสมอจะเป็นการทำให้ผู้ติดเชื้อมีชีวิตอยู่ในระยะนี้ได้ยาวนานยิ่งขึ้นกว่าแต่ก่อนสมัยที่ยังไม่มีการค้นพบยาต้านเชื้อไวรัส ซึ่งในระยะนี้ เซลล์ CD 4 positive T-cell ยังไม่ต่ำมากจนเป็นสาเหตุ

 

สนับสนุนโดย  ชุดตรวจ hiv